จัดทำบทความโดย
น.ส. วราภรณ์ วงจันทา เลขทะเบียน 4901202120
น.ส. วราภรณ์ วงจันทา เลขทะเบียน 4901202120
"วิกฤติการเงินสหรัฐแรงเกินคาด"
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ต่อเนื่องถึงปี 2552 ว่า ความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจนอกประเทศสูงขึ้นกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้ จากการที่ปัญหาวิกฤติการเงินในสหรัฐส่งผลลุกลามรุนแรงกลายเป็นวิกฤติการเงินในระดับโลก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่าจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกของไทย ซึ่งคงจะเริ่มเห็นการชะลอตัวของการส่งออกในไตรมาสที่ 4/2551 และผลกระทบคงจะปรากฏชัดยิ่งขึ้นในปี 2552
ขณะนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมส่งออกหลายประเภทของไทยเริ่มออกมาระบุว่าคำสั่งซื้อใหม่ที่จะส่งมอบในปีหน้าลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ท่ามกลางสภาวะที่โลกเผชิญวิกฤติอย่างหนักหน่วง
นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนจะยิ่งฉุดรั้งโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบต่อปัจจัยความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภค นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งการลงทุนจากต่างประเทศและการท่องเที่ยวของต่างชาติ ก็มีแนวโน้มถูกกระทบจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคประเทศต่างๆ รวมทั้งปัญหาสภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าเมื่อสถานการณ์การเมืองของไทยยังมีความไม่สงบจะยิ่งส่งผลให้นักลงทุน และนักท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพเลือกที่จะหันไปหาประเทศอื่น ที่มีความสงบเรียบร้อยและมีปัจจัยดึงดูดมากกว่าประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่คาดว่าอาจจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ คือการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันและสินค้าโภค ภัณฑ์ในตลาดโลก ซึ่งทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงได้มาก
นอกจากนี้ ในภาวะที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน คือ การส่งออก การบริโภคและการลงทุนของเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัว หลายฝ่ายจึงคาดหวังต่อบทบาทของภาครัฐในการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลเองก็มีแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่าย รวมทั้งผลักดันโครงการลงทุนในเมกะโปรเจคต์
อีกทั้ง ยังมีแนวทางจัดทำงบกลางปีสำหรับปีงบประมาณ 2552 เพิ่มเติมอีก 100,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าสามารถดำเนินการให้เม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง จะมีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เติบโตขึ้น และช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานได้ ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงจะเปิดทางให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้มากขึ้นเพื่อประสานกับนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
จากความเสี่ยงเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ อาจขยายตัวต่ำกว่า 4.0% ส่งผลให้อัตราการขยายตัวเฉลี่ยของทั้งปี 2551 อาจอยู่ระหว่าง 4.7-5.0% และคาดว่าอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงจะยังคงต่อเนื่องไปในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2552
ส่วนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ จะมีอัตราขยายตัวประมาณ 4.3% ชะลอลงอย่างมากจาก 5.3% ในไตรมาสที่ 2 สาเหตุสำคัญเนื่องจากการชะลอตัวของการลงทุน การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวของการส่งออกและการหดตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ขณะที่การบริโภคอาจยังไม่ดีขึ้นมากนัก เนื่องจากแรงกดดันราคาสินค้ายังคงเป็นระดับที่สูง โดยอัตราเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 7.3% จาก 7.5% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 10 ปี สำหรับกิจกรรมในภาคการผลิตส่วนใหญ่อ่อนแรงลง ทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ส่วนภาคการก่อสร้างและการท่องเที่ยวและภัตตาคารอาจหดตัวลง
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1 วิกฤตการเงินสหรัฐ ส่งผลต่อการส่งออกของไทยอย่างไร และให้ยกตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
ข้อ 2 สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ไม่แน่นอน จะส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภค และนักลงทุน
ข้อ 3 ภาครัฐมีบทบาทของในการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร
3 ความคิดเห็น:
ตอบ โดย นายเอกพล พันธุ์คำ 4901202136
ข้อ 1 วิกฤตการเงินสหรัฐ ส่งผลต่อการส่งออกของไทยอย่างไร และให้ยกตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
จากการที่ต้องเผชิญการชะลอตัวกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากวิกฤตการเงินสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตครั้งนี้ ทำให้ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า สภาพคล่องเริ่มเห็นสัญญาณตึงตัว และยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆได้รับผลกระทบตามมาด้วย เช่น ธุรกิจการบริการ ธุรกิจส่งออกและนำเข้าโดยเฉพาะสินค้าส่งออก เพราะประเทศเหล่านี้เป็นตลาดสำคัญ อัตราการเจริญเติบโตจะลดลง การว่างงานเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มของสินค้าส่งออกลดลง
ข้อ 2 สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ไม่แน่นอน จะส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภค และนักลงทุน
สำหรับประเทศไทย วิกฤตทางการเงินสหรัฐที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างจะแรง เพราะปัญหาของสหรัฐฯจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวตาม ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ และการท่องเที่ยวลงมาก เพราะฉะนั้นสองส่วนคือ การท่องเที่ยวลดลง ความต้องการสินค้าไทยลดลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย และนักลงทุนท้งไทยและต่างชาติก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุน
ข้อ 3 ภาครัฐมีบทบาทของในการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร
- แนวทางเร่งรัดการเบิกจ่าย รวมทั้งผลักดันโครงการลงทุนในเมกะโปรเจคต์
- สามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้มากขึ้นเพื่อประสานกับนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
1.เนื่องจากการที่ต้องเผชิญการชะลอตัวกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากวิกฤตการเงินสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตครั้งนี้ ทำให้ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า สภาพคล่องเริ่มเห็นสัญญาณตึงตัว และยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆได้รับผลกระทบตามมาด้วย เช่น ธุรกิจการบริการ ธุรกิจส่งออกและนำเข้าโดยเฉพาะสินค้าส่งออก เพราะประเทศเหล่านี้เป็นตลาดสำคัญ อัตราการเจริญเติบโตจะลดลง การว่างงานเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มของสินค้าส่งออกลดลง
2.สำหรับประเทศไทย วิกฤตทางการเงินสหรัฐที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างจะแรง เพราะปัญหาของสหรัฐฯจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวตาม ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ และการท่องเที่ยวลงมาก เพราะฉะนั้นสองส่วนคือ การท่องเที่ยวลดลง ความต้องการสินค้าไทยลดลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย และนักลงทุนท้งไทยและต่างชาติก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุน
ข้อ 3 - แนวทางเร่งรัดการเบิกจ่าย รวมทั้งผลักดันโครงการลงทุนในเมกะโปรเจคต์
- สามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้มากขึ้นเพื่อประสานกับนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ผู้ตอบ
น.ส.นภาพร ยะตินันท์ 4901202146
น.ส.กรุณา ธีระปกรณ์กุล 4901202147
1.เนื่องจากการที่ต้องเผชิญการชะลอตัวกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากวิกฤตการเงินสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตครั้งนี้ ทำให้ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า สภาพคล่องเริ่มเห็นสัญญาณตึงตัว และยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆได้รับผลกระทบตามมาด้วย เช่น ธุรกิจการบริการ ธุรกิจส่งออกและนำเข้าโดยเฉพาะสินค้าส่งออก เพราะประเทศเหล่านี้เป็นตลาดสำคัญ อัตราการเจริญเติบโตจะลดลง การว่างงานเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มของสินค้าส่งออกลดลง
2.สำหรับประเทศไทย วิกฤตทางการเงินสหรัฐที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างจะแรง เพราะปัญหาของสหรัฐฯจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวตาม ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ และการท่องเที่ยวลงมาก เพราะฉะนั้นสองส่วนคือ การท่องเที่ยวลดลง ความต้องการสินค้าไทยลดลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย และนักลงทุนท้งไทยและต่างชาติก็ไม่กล้าเข้ามาลงทุน
ข้อ 3 - แนวทางเร่งรัดการเบิกจ่าย รวมทั้งผลักดันโครงการลงทุนในเมกะโปรเจคต์
- สามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้มากขึ้นเพื่อประสานกับนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แสดงความคิดเห็น